Black Ribbon

 

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)

โครงการสำรวจและจัดทำฐานทรัพยากรท้องถิ่นตำบลคลองชะอุ่น

สนองพระราชดำริโดย เทศบาลตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี


                จาก ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินกิจกรรมโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ในกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช สำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช ปลูกรักษาพันธุกรรมพืช อนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช ศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช วางแผนพัฒนาพันธุ์พืช สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และกิจกรรมพิเศษสนับสนุน การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ทางเทศบาลตำบลคลองชะอุ่นได้ร่วมประชุมรับทราบการดำเนิน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และแนวทางที่ตำบลคลองชะอุ่น จะเข้าร่วมสนองพระราชดำริ การจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น โดยนำพระราชกระแส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำอย่างไรให้ชุมชน มาให้โรงเรียน โดยเฉพาะ นักเรียน ช่วยในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และมีการทำ DNA Fingerprint ในโรงเรียน การ นี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน โรงเรียน มัสยิด ในตำบลคลองชะอุ่นเห็นพ้องต้องกัน ที่จะ ร่วมสนองพระราชดำริ ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ดำเนินกิจกรรม ตามศักยภาพความพร้อม และจัดตั้ง ศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นตำบลคลองชะอุ่นเพื่อเป็นฐานทรัพยากรในการพึ่งตนเอง สู่เศรษฐกิจพอเพียง เกิดประโยชน์แท้แก่ชมชนตำบลคลองชะอุ่นและประเทศชาติต่อไปในอนาคต

 วัตถุประสงค์

                       ๑. เพื่อสนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

                      ๒. เพื่อดำเนินงานปกปักทรัพยากรท้องถิ่น สำรวจเก็บรวบรวมทรัพยากรท้องถิ่น ปลูกรักษาทรัพยากรท้องถิ่น อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรท้องถิ่น ศูนย์ข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่นและสนับสนุนในการอนุรักษ์และจัดทำฐานทรัพยากร ท้องถิ่น (นอกจากพันธุกรรมพืชแล้ว ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ ทรัพยากรทาง วัฒนธรรมภูมิปัญญา รวมในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ)

                      ๓. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ ทรัพยากรทาง วัฒนธรรมภูมิปัญญา ตำบลคลองชะอุ่น

                      ๔. เพื่อจัดตั้ง ศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นตำบลคลองชะอุ่น

ที่มาการเข้าร่วมงานสำรวจและจัดทำฐานทรัพยากรท้องถิ่น

               

           จาก การที่ตำบลคลองชะอุ่น เป็นที่ตั้งของ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)  หมู่ที่ 13 บ้านทุ่งตาหนอน และมีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2539 เป็นต้นมานั้น ทำให้ประชาชนชาวคลองชะอุ่นตื่นตัวต่อความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรเพิ่ม ขึ้น และในการประชุมของหมู่บ้านจึงมีมติให้นำพื้นที่ป่าชุมชนเข้าร่วมสนองพระราช ดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ หมู่ที่ 1 ป่าชุมชนบ้านคลองชะอุ่น , หมู่ที่  2  ป่าชุมชนบ้านแสนสุข , หมู่ที่ 3  ป่าชุมชนบ้านทับคริสต์  และหมู่ที่  5  ป่าชุมชนบ้านบางหิน  และสภาเทศบาลตำบลคลองชะอุ่นมีมติในการประชุมสมัยสามัญ สมัยที่ 3  ครั้งที่ 1ประจำปี 2553  เมื่อวันที่  24  สิงหาคม 2553 เห็น ชอบในการถวายพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ชุมชนร่วมกับหน่วยงานราชการ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เพื่อสนองแนวทางพระราชดำริ          

 

 

          ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินกิจกรรมต่างๆ  เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช  ให้สอดคล้องกับแนวทางในโครงการอนุรักษ์ป่าชุมชน  เพื่อที่จะอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตำบลคลองชะอุ่น อย่างยั่งยืน  สู่เศรษฐกิจพอเพียง

                ต่อ มาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน เนื่องมาจากพระราชดำริฯ บ้านทุ่งตาหนอน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 ในโอกาสนี้ เทศบาลตำบลคลองชะอุ่นร่วมกับผู้นำชุมชน เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบลคลองชะอุ่น ได้มีโอกาสถวายรายงานผลการดำเนินการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของตำบลคลองชะอุ่น และขอถวายงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตำบลคลองชะอุ่นเข้า ร่วมสนองพระราชดำริฯ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เพื่อเป็นการปกปักรักษาทรัพยากรอย่างยั่งยืนให้กับชาวตำบลคลองชะอุ่นต่อไป     

ประวัติตำบลคลองชะอุ่น 

                   คลอง ชะอุ่นเป็นลำคลองที่อำนวยประโยชน์แก่เกษตรกร หมู่ที่ 6 หมู่ที่ 8 หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 7 หมู่ที่ 3 และบางส่วนของหมู่ที่ 2 หมู่ที่ 13 และหมู่ที่ 1 ของตำบล  ต้น น้ำมาจากภูเขาที่กั้นระหว่างอำเภอพนม กับอำเภอปลายพระยาจังหวัดกระบี่และรับน้ำจากห้วยน้ำแดง ห้วยบางบ้าน คลองบางทรายนวล คลองบางปริก คลองบางสีหมุด คลองศรีสุก คลองถ้ำเล่ย์ คลองโสโครก คลองหัวช้าง และคลองบางหินผุ

                ผู้ เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะมีอำเภอพนมในปัจจุบันนี้ เรามีอำเภอคลองชะอุ่น มาก่อน พร้อมกับอำเภอท่าขนอน อำเภอท่าโรงช้าง ช่วงนั้นขึ้นกับมณฑลไชยา เป็นอำเภอขนาดใหญ่อำเภอหนึ่งในสมัยนั้น เหตุที่อำเภอคลองชะอุ่นต้องเลิกร้างไปสร้างอำเภอพนมนั้น เพราะเกิดโรคระบาด(โรคห่า) ผู้คนล้มตายเป็น อันมาก หมอไม่มีเพียงพอที่จะรักษา ผู้คนที่เหลือก็อพยพหนีตายไปอยู่ที่อื่น ประกอบกับขณะนั้น พืชพันธุ์ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ผู้คนที่เหลืออยู่ประกอบอาชีพแบบชาวเขา คือทำไร่เลื่อนลอยปลูกข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ช้างป่าซึ่งมีอยู่มากก็มาทำลายพืชพันธุ์ ผู้คนจึงอพยพหนีไปอยู่ที่อื่นหมดเป็นเหตุให้ต้องย้ายอำเภอไปอยู่ที่ปากคลอง พนม

                ตำบล คลองชะอุ่น (ในอดีตรวมอยู่ในตำบลต้นยวน) มี 5 หมู่บ้าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 แยกบ้านทับคริสต์ มาเป็นหมู่ที่ 6 ตำบลต้นยวน และต่อมาเกิดชุมชนข้างเคียงเกิดขึ้นอีกหลายชุมชน เช่น ชุมชนบ้านบางหิน ชุมชนบ้านบางคราม ชุมชนบ้านแสนสุข เป็นต้น ทำให้การปกครองของกำนันตำบลต้นยวนไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงในขณะนั้น จึงขอให้ทางราชการแยกตำบลต้นยวนส่วนหนึ่งออกมาเป็นตำบลคลองชะอุ่น ในปี พ.ศ. 2526 เป็นต้นมาโดยมีกำนันคนแรกคือ นาย ลำดวน คงเดิม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2540 ได้เลือกตั้งนายสุธรรม จันทร์แสงกุล เป็นกำนันคนต่อมา และในปี พ.ศ. 2543 นายไพฑูรณ์ คงเดิม ได้รับเลือกตั้งให้เป็นกำนัน กระทั่งในปี พ.ศ. 2550 นายสุธรรม จันทร์แสงกุล ได้กลับเข้ามารับตำแหน่งเป็นกำนันตำบลคลองชะอุ่นจนถึงปัจจุบัน

                สภาตำบลคลองชะอุ่น ได้รับการยกฐานะใน ปี พ.ศ.2538  เป็น องค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537  ซึ่งนายลำดวน  คง เดิม กำนันตำบลคลองชะอุ่นขณะนั้น ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น(คนแรก โดยตำแหน่ง) จนกระทั่งปี พ.ศ. 2540 ได้เลือกตั้งนายสุธรรม จันทร์แสงกุล เป็นกำนันคนต่อมา และดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น คนที่สอง โดยมีนายนิโรจน์  จันทร์ เมฆ เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล คนแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 และในปี พ.ศ.2543 ได้มีการทำการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น โดยนายนิโรจน์  จันทร์ เมฆ ได้รับการเลือกตั้งจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่นเป็น ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น คนที่สาม ต่อมา ได้รับการเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น 

                ต่อมา ปี พ.ศ.2547 ได้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น  และ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น  โดยนางจำปี  ทองวัน ได้รับการเลือกตั้งเป็น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น บริหารงานระหว่าง พ.ศ.2547 - 2551

                เทศบาลตำบลคลองชะอุ่นได้รับการยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่นตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2551 ตามหนังสือ อำเภอพนม ที่ มท 0882.20/0422 ลงวันที่ 26 มิถุนายน2551 เรื่อง การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบล ซึ่งได้แจ้งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเทศบาลตำบลคลองชะอุ่น  พร้อม แผนที่ท้ายประกาศกระทรงมหาดไทย ฯ ประกาศ ณ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2551 มีผล ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2551 เป็นต้นไป

                โดยมีนายไพฑูรณ์  คงเดิม ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลคลองชะอุ่น คนแรก และสภาเทศบาลได้แต่งตั้ง นายสำเริง  แก้วฉ่ำ เป็นประธานสภาเทศบาลตำบลคลองชะอุ่น  บริหารงานเทศบาลฯจนครบวาระ 4 ปี ระหว่าง พ.ศ.25512555  และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลคลองชะอุ่นและนายกเทศมนตรีตำบลคลองชะอุ่น พ.ศ.2555 นายไพฑูรณ์  คงเดิม ยังคงได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลคลองชะอุ่น และนายสำเริง  แก้วฉ่ำ ยังคงดำรงตำแหน่งประธานสภาเทศบาลตำบลคลองชะอุ่น บริหารงานเทศบาลฯตั้งแต่ พ.ศ.2556 จนถึงปัจจุบัน

 

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยชุมชน

                ตำบลคลองชะอุ่น เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน จากพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นการประกอบอาชีพ  เป็นที่อยู่อาศัย โดยมีสถานการณ์หลักสำคัญ 2 เหตุการณ์ คือ

                1. ปี พ.ศ.2512 เกิด การตั้งหมู่บ้านทับคริสต์ จากแนวคิดของพระสังฆราชเปโตร คาแรตโต ที่ต้องการสร้างนิคมเกษตรแห่งใหม่เพื่อช่วยเหลือครอบครัวคริสตชนที่ไม่มีที่ ทำกินเป็นของตนเอง จึงมอบภารกิจให้กับบาทหลวงเดลฟีโน เกรสปีและคณะสำรวจหาพื้นที่กว่า 5,000 ไร่สำหรับครอบครัวคาทอลิกประมาณกว่า 100 ครอบ ครัว ซึ่งได้รับความเห็นชอบ จากนายคล้าย จิตพิทักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในขณะนั้นและได้ทำเรื่องขออนุมัติจากกระทรวงพัฒนาแห่งชาติ (ปัจจุบันคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) มีนายพจน์ สารสิน  เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

 

                    2. ปี พ.ศ.2519  บริษัท สัมพันธ์ โรงเลื่อยสัมพันธ์ได้รับสัมปทานตัดไม้ในพื้นที่ตำบลคลองชะอุ่น ภายหลังจากการสัมปทานตัดไม้  ทำ ให้เริ่มมีการอพยพของคนจากจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง มาตั้งถิ่นฐาน บ้านเรือน จับจองพื้นที่และบุกเบิกพื้นที่ทำกิน จนถึงปัจจุบัน

                จาก 2 เหตุการณ์ สำคัญดังกล่าว เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นวงกว้างมากขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ.2519 เป็นต้นมา เกิดการ เปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย และพื้นที่ทำกิน เกษตรเชิงเดี่ยว เช่น สวนกาแฟ ยางพารา และ สวนผลไม้ และปาล์มน้ำมันในปัจจุบัน  พื้นที่ป่าลดน้อยลงและเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว  ส่ง ผลให้เกิดปัญหาเชิงประจักษ์ใน พ.ศ.2542 ตำบลคลองชะอุ่น ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง สาเหตุจาก ป่าต้นน้ำถูกทำลายที่มาจากการสัมปทานป่า และ การบุกเบิกที่ดินทำกินของประชาชนที่อพยพมาทำกิน  ผลกระทบจากภัยแล้ง  เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคและบริโภค ทั่วทั้งตำบล และ พืชผลทางการเกษตรเสียหายอย่างมาก

                จากประวัติศาสตร์ดังกล่าว เมื่อสืบค้นลึกลงไปพบว่า แท้ที่จริงปัญหาความแห้งแล้งนั้นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ ปี พ.ศ.25242526  สถานการณ์ ตำบลคลองชะอุ่นเริ่มประสบปัญหาความแห้งแล้งจนทำให้เกิดการรวมตัวแสดงความคิด เห็นของชาวบ้านแต่และหมู่บ้าน และต่อมาในปี พ.ศ.2530 เริ่มมีการสร้างกระบวนการคิดและขยายแนวร่วมทางความคิด เกิดกลุ่มแนวร่วมในการอนุรักษ์ป่าไม้มากขึ้น

 

               จนถึงปี พ.ศ. 2542 กลุ่มผู้นำหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 และ หมู่ที่ 12 ประมาณ 4-5 คน เริ่มจับกลุ่มพูดคุยถึงสภาพปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน จึงชักชวนผู้นำและแกนนำชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ป่าขึ้นและกำหนดระเบียบ ชุมชน ในการบริหารจัดการป่าต้นน้ำ ป่ากระชุม-ป่าย่านยาว

                ในระหว่าง ปี พ.ศ.2542-2544 จึงเกิดกระแสที่ดีในการลุกขึ้นสู้และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ และเกิดการประชุมเวทีชาวบ้านแบบไม่เป็นทางการมากขึ้นกระจายความคิดไปยังผู้ นำชุมชน ชาวบ้าน ในแต่ละหมู่บ้านถึงแนวทางการจัดการปัญหาดังกล่าว

                ต่อมา ในปี  ปี พ.ศ.2545  นายไพฑูรณ์  คงเดิม กำนันตำบลคลองชะอุ่นในขณะนั้น ได้นำแนวคิดและประสบการณ์จากกลุ่มอนุรักษ์ป่ากระชุม-ป่าย่านยาวมา ขยายความคิดไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ป่าของตำบลคลองชะอุ่น โดยเน้นให้ชาวบ้านต้องเป็นผู้ดูแลรักษาพื้นที่ป่าของหมู่บ้าน จึงเกิดการแต่งตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ หมู่บ้านขึ้นมา และผลักดันผู้มีจิตอาสาเหล่านี้เป็น ชุด รักษาความสงบของหมู่บ้าน (ชรบ.)”เพื่อมีหน้าที่ในการลาดตระเวน เฝ้าระวังดูแลรักษา ฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม อย่างจริงจัง และเป็นที่มาของ เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบลคลองชะอุ่นที่มีบทบาทสำคัญและเป็นที่ยอมรับจากองค์กรด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจนถึงปัจจุบัน

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

                1.  รางวัลตำบลเขียวขจีดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2542  โดยมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์

                2.  รางวัลสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2544 โดยกรมชลประทาน

              3.  รางวัลลูกโลกสีเขียว  ครั้งที่ 8 ประจำปี 2549 ประเภทชุมชน (ชุมชน ชุมชนเมือง เครือข่ายชุมชน)เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต.คลองชะอุ่น อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี งานอนุรักษ์จากหมู่บ้านต้นแบบสู่เครือข่ายตำบล

 

                4. รางวัลการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ฯ ดีเด่นประจำปี 2551 กลุ่มบริหารการใช้น้ำบางทรายนวลรางวัลโดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร

                5. รางวัลลูกโลกสีเขียว  ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555 ประเภท สิปปนนท์  เกตุทัต 5 ปี แห่งความยั่งยืน เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต.คลองชะอุ่น อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี

            6. ป้ายพระราชทาน งานฐานทรัพยากรท้องถิ่น  โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)   พระราชทานเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2556  ณ งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ อพ.สธ. หัวข้อ ทรัพยากรไทย : นำสิ่งดีงามสู่ตาโลก วันที่ 20-26 ธันวาคม พ.ศ.2556 ณ เขื่อนศรีนครินทร์  จังหวัดกาญจนบุรี

 

 

วิสัยทัศน์การพัฒนาเทศบาลตำบลคลองชะอุ่น

เทศบาลตำบลคลองชะอุ่น บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ร่วมสนองพระราชดำริ ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เป็นศูนย์กลางการให้บริการประชาชน  พัฒนาการบริการสาธารณะอย่างเหมาะสม เท่าเทียม ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีบนพื้นฐานวัฒนธรรม ประเพณี ที่หลากหลาย

 

Copyright © 2015-2017. www.Klongchaun.go.th All Rights Reserved